7 วิธีออมเงิน ที่จะทำให้คุณรวยไม่รู้ตัว




ถ้าเป็นคุณคนชอบเที่ยวแนะนำวิธีนี้เลย มีหลายๆกระปุกแล้วแปะป้ายชื่อ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น เชียงใหม่ ภูเก็ต รับรอง พอถึงเวลาไปเที่ยว เรามีเงินพอ โดยไม่ต้องไปรบกวนเงินเดือนนั้นๆแน่นอนค่ะ



7 วิธีออมเงิน ที่จะทำให้คุณรวยไม่รู้ตัว







ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางให้กับบัณฑิตที่จบใหม่ ในการดำเนินชีวิตวัยทำงาน บริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จึงนำเสนอ 5 บ่วงอันตรายของคนทำงานมือใหม่ รายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามได้เลย

1. ราชาเงินผ่อน – เมื่อเริ่มมีเงินเดือนประจำ บรรดาเหล่าธนาคารต่าง ๆพร้อมยินดียื่นข้อเสนอให้คุณมีบัตรเครดิตไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ด้วยวงเงินที่มากกว่าเงินเดือนหลายเท่า และอาจทำให้หลายคนตื่นตาตื่นใจ เพราะเริ่มเห็นหนทางที่จะได้สิ่งของที่ต้องการมาอย่างง่ายดาย โดยไม่คิดถึงบั้นปลายที่ต้องผ่อนจ่ายด้วยอัตราดอกเบี้ยอันหนักอึ้ง และถ้าคุณใช้เกินตัวรูดปรื๊ดๆ กับสิ่งของดับกิเลสแถมผ่อนจ่ายไม่ตรงกำหนด ในที่สุดคุณเองอาจหน้ามืดกับดอกเบี้ยที่บานเบอะ มียอดหนี้รุมเร้าไปชั่วนาตาปีเลยทีเดียว
2. หลงภาพโซเชียล – สำหรับคนทำงานมือใหม่หลายคนมักติดกับดัก หลงเชื่อภาพในโลกโซเชียลมีเดียของเพื่อนที่มักโพสต์อวดแต่เรื่องดีๆ หรู ๆ ร้านอาหารดังเสื้อผ้าสวยๆ ยี่ห้อสุดฮิต หรือของแบรนด์เนมโดยไม่คำนึงว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นภาพจริงหรือภาพลวงตากันแน่ จึงทำให้เกิดความอยากได้ อยากมี และอยากอวดคนอื่นบ้าง
ถึงขนาดยอมทุ่มเงินเดือนทั้งเดือน หรือยอมเป็นราชาเงินผ่อน เพื่อจับจ่ายให้ได้ของเหล่านั้น โดยไม่มองว่าเหมาะสมกับรายได้ของตนหรือไม่ จนทำให้เงินที่มีอยู่ชักหน้าไม่ถึงหลัง บ่วงนี้จึงอันตรายยิ่งนัก เพราะคนทำงานมือใหม่สมัยนี้มักมีทัศนคติที่ว่าเสียเงินไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้
3. โชว์ชีวิตสุดโก้ – คนทำงานยุคใหม่จะมีเทรนด์การใช้ชีวิตที่ต่างไปจากคนรุ่นก่อน ด้วยสังคม ค่านิยม และทัศนคติที่เปลี่ยนไป เมื่อชีวิตเพิ่งเริ่มทำงาน บางคนอยากมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง เช่น อยากซื้อบ้าน, อยากมีคอนโดมิเนียม, อยากถอยรถป้ายแดง และอยากถือกระเป๋าแบรนด์เนม ความอยากมีทรัพย์สินเป็นของตนเองไม่ใช่สิ่งผิด ถ้าเรารู้จักประมาณตน แต่บางคนอยากได้เพียงแค่โชว์ชีวิตสุดโก้ให้สังคมได้รับรู้ และยอมรับในสถานะของตน โดยไม่คำนึงถึงรายได้ หรือความมั่นคงในอาชีพที่ทำอยู่มีรายได้เพียงน้อยนิด แต่คิดซื้อทั้งรถและบ้าน สุดท้ายค่าใช้จ่ายบานปลาย กลับกลายเป็นทั้งบ้านและรถถูกยึดไป คราวนี้เสียต่อหน้าต่อตาเสียเอง
4. สังคมจ๋า ปาร์ตี้จัด – นี่ก็เป็นอีกหนึ่งบ่วงอันตรายที่ทำร้ายคนทำงานมือใหม่มานักต่อนัก เพราะในสังคมออฟฟิศมักมีการสังสรรค์ เที่ยว ช็อป ชิลร่วมกันเสมอๆ จนบางคนเสพติด ฟิตจัดนัดกันทุกสุดสัปดาห์ และยิ่งหากคุณเป็นคนปฏิเสธเพื่อนไม่เป็นด้วยแล้ว ระวังให้ดี…เงินในกระเป๋าจะฟีบแบนก่อนสิ้นเดือนแน่นอน
5. ผีพนันเข้าสิง – พฤติกรรมนี้อาจติดตัวมาตั้งแต่สมัยเรียน แต่บางคนก็มาเสียคนตอนทำงานก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะชายหนุ่มที่โดยพื้นฐานมักชอบการแข่งขัน ท้าทาย รักสนุก ยิ่งทำงานมีรายได้ ก็เกิดอยากรู้อยากลองตามสังคมกลุ่มเพื่อน
ตอนแรกอาจคิดว่าลองดูเล่นๆ เพื่อความมันส์ สนุกสนาน แต่นานวันเข้ากลับเสพติดการพนันโดยไม่รู้ตัว ประหนึ่งมีอะไรมาเข้าสิงจนสติกระเจิง ไม่สามารถลด ละ เลิกได้ ทั้งโต๊ะบอล โต๊ะม้า การพนันออนไลน์ เล่นทุกนัด พนันทุกแมตช์ ไม่มีพลาดสักสำนัก ถ้าเป็นแบบนี้ก็สิ้นเนื้อประดาตัวกันแน่นอน
ถ้าทำเช่นนี้ได้ จะเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตให้กับคนทำงานมือใหม่เป็นอย่างดี
ที่มา jobdb.com
“Don’t blame the boss. He has enough problems.” ~Donald Rumsfeld • photo belongs to Kmo139
บนเวที American Idol ผู้เข้าแข่งขันกลุ่มหนึ่งต้องพบเจอกับ แพตตี้ เทรนเนอร์สุดโหด ที่เสียงดัง เกรี้ยวกราดใส่บรรดาลูกทีมจนขยาดไปตามๆ กัน แต่ในความโหดของแพตตี้ เธอทำให้ลูกทีมเห็นคุณค่าในตัวเองจนกลายเป็นนักร้องคุณภาพทั้งเรื่องการร้องและการแสดงสดในที่สุด
เพราะไม่มีใครเก่งกาจมาตั้งแต่เกิด ผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมายบนโลกใบนี้จึงล้วนต้องเคยก้าวผ่านความขื่นขมของการถูกด่าทอ ดูถูกโดยคุณครู พี่เลี้ยงหรือแม้แต่หัวหน้ามาแล้วทั้งสิ้น จนกระทั่งเมื่อถึงวันแห่งความสำเร็จของเรา เราเองก็อดจะนึกถึงใบหน้าของผู้ที่ขัดเกลาเราด้วยความจริงจังเหล่านั้นอยู่ในใจไม่ได้
ในชีวิตการทำงาน ก่อนที่เราจะเก่ง มีความสามารถและยืนหยัดบนสายงานที่ต้องการได้ คนๆ หนึ่งที่มีอิทธิพลต่อเราไม่น้อยก็คือหัวหน้าของเรา ซึ่งหากคุณเป็นพนักงานใหม่หรือเด็กจบใหม่ องค์กรอาจคาดหวังให้คุณเจอะเจอความกดดัน หรือกระทั่งคำด่าทอที่กลายเป็นบาดแผลในความรู้สึก แต่เมื่อวันหนึ่งที่ปรับตัวและเรียนรู้ได้ เราจะรู้จักการับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ และมองข้ามถ้อยคำเหล่านั้น กระทั่งมองเห็นแก่นแท้อันสำคัญจนสามารถนำประโยชน์ที่ได้จากสิ่งที่ฟังมาเหล่านั้นมาใช้ในการทำงาน
ผ่านความเจ็บปวดเพื่อที่จะเติบโต
โจดี กลิคแมน เจ้าของหนังสือ Great on the Job ที่เคยร่วมงานกับหัวหน้าที่ชื่อว่า วิล ตอนที่อยู่ในวอลล์สตรีท วิลเป็นหัวหน้าที่ชาญฉลาดและหนักแน่น และขณะเดียวกันก็ดูเหมือนไม่มีความปรานีต่อความผิดใดๆ จนทำให้เพื่อนๆ ขยาดที่จะร่วมงานด้วย แต่โจดีกลับหาโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับเขา ยิ่งกลัวเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากเอาชนะความกลัวของตัวเอง เพราะโจดีคิดว่าหากไม่สามารถร่วมงานกันได้ การทำงานและชีวิตในวอลล์สตรีทก็อาจไม่ราบรื่น โจดีจึงตัดสินใจว่าตนจะทนเจ็บแต่ก็จะต้องเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
แล้วโจดีก็ได้พบความจริงที่ว่าเขาและวิลมีอารมณ์ขันคล้ายกันกัน โจดีเริ่มสนิทกับวิลมากขึ้นแม้เมื่อทำอะไรผิดก็ตาม ในที่สุด เธอก็เอาชนะความกลัวของตัวเองได้ ซึ่งก็เกินความคาดหวังของวิลไปมาก โจดีไม่เคยลืมเสียงไชโยของวิลเมื่องานสำเร็จ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณบอกให้คนอื่นรู้ว่าเธอทำได้ และสิ่งที่เธอได้จากทั้งหมดนี้คือการค้นพบความการศรัทธาในความสามารถของตนเอง
การทำงานกับหัวหน้าที่เก่งนั้นคือความท้าทาย ถ้าการวิ่งหนีโอกาสเหล่านั้นมาตลอดไม่ได้ให้อะไรใหม่ไม่เคยให้ชีวิตหรือหน้าที่การงานที่เร้าใจแก่คุณเลย บางทีถ้าตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ เราได้พบหัวหน้าจอมเนี้ยบอีกครั้ง ทำไมเราไม่ลองหาโอกาสหรือพยายามร่วมงานให้ตลอดรอดฝั่งไปให้ได้ดูล่ะ? ในทุกครั้งที่โดนดุด่า ถ้านั่นคือความหวังดี ถ้ามองที่เจตนามากกว่าอารมณ์ที่เขาส่งผ่านออกมา เก็บเกี่ยวความรู้จากหัวหน้าให้ได้มากที่สุด บางทีนั่นอาจเป็นอุปสรรคเดียวที่ขัดขวางคุณจากการเรียนรู้เคล็ดลับแห่งความสำเร็จจากคนที่เต็มใจจะสอนคุณ ที่คุณเองอาจไม่เคยก้าวเข้าไปถึงมาก่อนก็เป็นได้
ที่มา INCquity
เทคนิคสวยเปล่งปลั่งเรืองรอง (Lisa)
นี่คือเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูสวยเรืองรองได้ทุกสถานการณ์
เติมไฮไลต์สีเรืองรอง คุณอาจใช้บรอนเซอร์หรือผลิตภัณฑ์ทำไฮไลต์ชนิดลิควิดก็ได้ โดยละเลงแต้มลงบนโหนกแก้ม โหนกคิ้ว หรือแม้แต่รอยหยักบนริมฝีปาก เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูสว่างไสวขึ้น
ผสมรองพื้น เทคนิค ในการตบตาให้ผิวหน้าดูเนียนใสคือ ผสมมอยส์เจอไรเซอร์เข้ากับครีมรองพื้น วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้หน้าดูเปล่งปลั่งขึ้นแล้ว ผิวก็ยังชุ่มชื้นขึ้นด้วย
อายแชโดว์วิบวับ วิธีนี้เหมาะมากเวลาที่คุณไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหน เติมความแวววับเข้าไปในลุคของคุณด้วยอายแชโดว์สีเรืองรอง คุณอาจใช้สีเส้นสดใสหรือสีเรียบ ๆ ก็ได้
บลัชออนเนื้อครีม เก็บบลัชออนเนื้อแป้งไว้ใช้วันอื่นเถอะ เพราะบลัชออนเนื้อครีมจะช่วยเติมสีสันที่ดูสดใส แถมยังดูเปล่งปลั่งเรืองรองได้ดีกว่า โดยใช้นิ้วแตะเติมแล้วเกลี่ยให้กลืนหายไปกับสีผิว
เรื่องของปัสสาวะ
กฎ 14 ข้อที่ทุกคนต้องรู้ “คุณปัสสาวะเป็นและถูกต้องหรือไม่”

1. อย่ากลั้นปัสสาวะ เมื่อรู้สึกปวดต้องไปปัสสาวะ
2. เวลาปัสสาวะไม่ควรรีบร้อน เบ่งมากจนอาจจะเป็นสาเหตุทำให้หูรูดปัสสาวะชำรุดได้
3. ควรถ่ายปัสสาวะ ให้เหลือน้อยที่สุดใน 1 ครั้ง นั่นคือเมื่อรู้สึกถ่ายหมดแล้ว ให้เบ่งต่ออีกนิดหน่อย ปัสสาวะที่เหลือจะไหลออกมา
4. ไม่ควรบังคับให้ตัวเองถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ เพราะติดเป็นนิสัย เวลาที่เหมาะสมควรถ่ายปัสสาวะ หนึ่งครั้งทุก 2-4 ชั่วโมง
5. ให้สังเกต การถ่ายปัสสาวะ และน้ำปัสสาวะของตนเองทุกครั้งว่าต้องเบ่งมากผิดปกติหรือไม่ น้ำปัสสาวะพุ่งดีหรือไม่ ดูว่าน้ำปัสสาวะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมหรือไม่ หรือออกมาเป็นหยดๆ ออกลำบาก น้ำปัสสาวะมีสีเหลือง ใสหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นอาการผิดปกติที่สามารถบอกโรคได้
6. การล้างทำความสะอาดหลังปัสสาวะ อย่าให้บริเวณนั้นเปียกแฉะ ชื้น เพราะอาจเกิดเชื้อราได้ ทางที่ดีหลังปัสสาวะทุกครั้งต้องซับให้แห้ง
7. เมื่อปัสสาวะไม่ออก ต้องหาสาเหตุโดยการพบแพทย์ อย่าซื้อยาขับปัสสาวะมารับประทานเองเพราะอาจเกิดอันตรายได้
8. เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน การบริหารอุ้งเชิงกราน โดยการขมิบ (ฝ่ายหญิงขมิบช่องคลอด ฝ่ายชายขมิบทวารหนัก วันละ 100 ครั้ง จะช่วยป้องกันอาการปัสสาวะเล็ด)
9. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว (แก้วละ 250 ซีซี) จะช่วยทำให้น้ำปัสสาวะใสมีจำนวนพอดี และป้องกันภาวะอักเสบ

10. การมีเพศสัมพันธ์ และหลังมีเพศสัมพันธ์ คุณผู้หญิงควรถ่ายปัสสาวะทิ้งจะช่วยป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
11. น้ำปัสสาวะต้องเป็นน้ำเท่านั้น ถ้ามีมูก หนอง น้ำเหลือง เลือดปนออกมา ถือว่าผิดปกติ ต้องไปพบแพทย์
12. การขับถ่ายปัสสาวะ ต้องขับถ่ายคล่อง ไม่มีอาการเจ็บปวด ถ้าปัสสาวะแสบขัดลำบากนับว่าเป็นอาการผิดปกติต้องไปพบแพทย์
13. คนเราต้องปัสสาวะทุกวัน วันละ 4-6 ครั้ง ถ้าไม่ปัสสาวะเลย 1 วัน ถือว่าตกอยู่ในภาวะอันตราย ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน
14. ก่อนเดินทางไกล ก่อนยกของหนัก ควรปัสสาวะทิ้งก่อนทุกครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.facebook.com/daikid.dhamma4u
สนับสนุนโดย ร้านกรีนเฮิร์บ @ livingclick.com 089 – 979 – 9902
ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และ สุขภาพของผู้หญิงยุคใหม่
คลิกเลยจร๊ะ
ทำงาน เครียด (สเต็ปต่อมาหน้าแก่ ไกลเกินเพื่อนสาว) โอ๊ยๆๆ นี่มันคืออะไร มันคือสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องทำเป็นประจำทุกวัน แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ
เรื่องทำงานแล้วเจอปัญหาเครียดๆ พอทนได้ แต่เรื่องหน้าแก่ จุดนี้สิ ที่สีจะไม่ทนอีกต่อไป
นับวันอายุของเรายิ่งเพิ่มขึ้นอย่างไม่รีรอ หากหนังหน้าไม่แซงตัวเลขของอายุทิชชี่จะไม่โวยวายเลย แต่เมื่อมีเรื่องราวต่างๆ มารุมเร้า ทำให้ก่อความเครียดเป็นก้อนใหญ่ๆ แล้วกระจายออกมาตามใบหน้า ทำให้ใบหน้าที่เคยละอ่อน ดุจดังเด็กสาวแรกรุ่นต้องมลายหายไป หรือเรียกง่ายๆ ตามภาษาชาวๆ ว่า “หน้าแก่” จนต้องใช้แอพแต่งรูปลวงโลกเข้าช่วย แต่พอเจอหน้าที่แท้จริงเป็นต้องร้องอร๊ากกกก ถ้าคุณเจอปัญหานั้นเช่นกัน รีบตามมาเลยค่ะ
จะพาคุณสาวๆ หนุ่มๆ ไปดูเคล็ดลับง่ายๆ ทำได้จริง เพื่อปกป้องผิวหน้าของคุณให้เด็ก อ่อนเยาว์อยู่เสมอไปพร้อมกันค่ะ
5 เคล็ดลับหน้าเด็ก แบบไม่เพิ่งแอพลวงโลก
1 พักผ่อนให้เพียงพอ
ข้อนี้ง่ายๆ แต่เชื่อว่าหลายคนไม่สามารถทำได้ เพราะติดงาน ติดมือถือ ติดแฟน หรือสารพัดจะติด จนทำให้เวลานอนน้อยลงแบบไม่รู้ตัว ลองปรับนาฬิกาชีวิตซะใหม่ เมื่อถึงเวลานอนก็เลิกติดทุกอย่างซะ แล้วหลับตา พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนเต็มที่ช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวได้ รับรองว่าหน้าของคุณจะเด้งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวค่ะ
2 ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
อากาศหนาวๆ แบบนี้ หลายคนคงจะร้องยี้ เมื่อถูกน้ำเย็น แต่คุณรู้หรือไม่คะว่า นำเย็นนี่แหละเป็นตัวช่วยชั้นดี ลดการบวมของใบหน้าในตอนตื่นนอน ช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น พร้อมทำสิ่งอื่นต่อไปอย่างกระปรี้ กระเปร่า เป็นเคล็ดลับที่สาวๆ เกาหลีและญี่ปุ่นใช้เป็นประจำ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม ผิวพวกนางถึงดีเวอร์ๆ
3 แต่งหน้าช่วยได้
บอกเลยข้อนี้สำหรับสาวๆ เท่านั้นนะคะ สำหรับสาวๆ ที่ความเครียดทำให้คุณไม่มีอารมณ์ทำสิ่งใดๆ ลองหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาเติมสีสันให้ชีวิต เป็นการบำบัดได้ดีเลยล่ะค่ะ จากสาวที่ดูหน้าแก่ โทรม ป้า เพียงแต่งหน้า คุณจะกลายร่างเป็นนางฟ้าหน้าสวยในทันที อ่อลืมบอกไป การแต่งหน้า ควรแต่งแบบบางเบา ดูเป็นธรรมชาติ จะดีที่สุดนะคะ เมื่อคุณมองตัวเองในกระจกแล้วหน้าสวยปิ๊ง คุณก็จะมีความสุข จึงเป็นการชะลอความแก่ของใบหน้าได้ค่ะ
4 เรื่องอาหารสำคัญ
อีกเรื่องที่คุณรู้ดีกันอยู่แล้วแต่มักทำไม่ค่อยได้คือ การรับประทานอาหารเช้าทุกวัน ลดอาหารประเภททอดและไขมัน กินผักผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูง ลองหันมาทำเรื่องง่ายๆ พวกนี้ให้ได้ ผิวพรรณของคุณก็จะสดใสเปล่งปลั่ง ทำให้หน้าไม่แก่ก่อนวัยแล้วค่ะ
5 ดื่มน้ำอย่าให้ขาด
เป็นอีกเรื่องที่ง่ายมากๆ แต่ขาดการทำตามกัน ลองหาขวดน้ำติดตัว หรือวางไว้บนโต๊ะทำงาน นึกขึ้นได้ หยิบจิบดื่มสม่ำเสมอ น้ำจะเข้าไปช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายดีขึ้นอีกด้วยนะคะ
5 ข้อง่ายๆ ข้างต้นนี้ บอกเลย หากทำอย่างสม่ำเสมอ ผิวหน้าของคุณก็จะเด็ก ละอ่อน ไม่ถูกเรียกว่าหน้าแก่ก่อนวัยแล้วค่ะ
ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.istockphoto.com/
ที่มา http://women.sanook.com/32533/
แน่นอนล่ะว่า รอยยิ้มของผู้หญิงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนพบเห็น ดังนั้นเราจะต้องมีวิธีดูแลฟันของเราให้สวยขาวแข็งแรง พร้อมที่จะฉีกยิ้มอันสดใส ให้กับคนอื่นได้หลงใหลกัน ว่าแต่ต้องกินอะไร…มาดูกันเลยค่ะ

เลือกมื้อที่จะกินคาร์โบไฮเดรต
อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต อย่าง แป้ง ข้าว ขนมปัง มักจะติดอยู่ในช่องระหว่างรากฟันหรือบริเวณเหงือก จากนั้นแป้งจะแตกตัวกลายเป็นน้ำตาล มีแบคทีเรียก ทำให้เกิดคราบและอาจเกิดโรคเหงือกได้ รวมไปถึงทำให้เกิฟันผุ ดังนั้นสำหรับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตควรกินในมื้ออาหารใหญ่ๆ อย่าง เช้า กลางวัน เย็น เท่านั้น หลีกเลี่ยงที่จะทานในระหว่างมื้อ เพราะในมื้ออาหารหลัก เราจะหลั่งน้ำลายออกมามาก เศษอาหารจึงถูกชะล้างไปโดยง่ายดาย นั่นเองค่ะ
ควรดื่มชาเป็นประจำ
ไม่ว่าจะเป็นชาดำหรือชาเขียว จะมีสารโพลีเฟอนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่ช่วยป้องกันไม่ให้คราบหินปูนมาเกาะที่ฟัน จึงช่วยลดโอกาสเกิดฟันผุหรือโรคเหงือก นอกจากนี้ มันยังมีสามารถลดกลิ่นปากด้วยคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่น แถมชาส่วนใหญ่ยังมีฟลูออไรด์ที่ได้มาจากใบชา จึงมีประโยชน์ปกป้องเคลือบฟันด้วย
กินวิตามีนซีเพียงพอ
วิตามซีเปรียบเสมือนปูนที่เชื่อมเซลล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน มันจำเป็นต่อผิวเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อของเหงือก โดยคนที่กินวิตามินซีน้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีโอกาสเป็นโรคเหงือกสูงกว่าคนที่กิน 180 มิลลิกรัมหรือมากกว่า ถึง 25% ดังนั้นวิตามินซี เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดูแลฟันให้แข็งแรง
แค่ 3 วิธีง่ายๆ แค่นี้ รับรองค่ะ ว่าฟันคุณจะสวยสดใส แข็งแรง พร้อมที่จะยิ้มแฉ่งแจกความสดใสแน่นอน ^^
เนื้อหาโดย นิตยสาร Woman Plus

หลายคนมีปัญหากับการทาเล็บ เรียกได้ว่าอยากสวยต้องยอมเสียเงินเข้าร้านทำเล็บแพงๆ ไม่กล้าที่จะแต่งเล็บทาเล็บด้วยตัวเอง แต่อันที่จริงแล้ว การทาเล็บเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว . .. เพียงแค่ต้องมีเทคนิคการทาเล็บสักเล็กน้อยค่ะ จะง่ายแค่ไหน มาดูกันเลยยยยย !!!

เทคนิคการทาเล็บ
– บีบน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูลงในอ่างน้ำ ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำมือลงไปแช่ จะช่วยให้เล็บอ่อนนุ่มขึ้น
– ใช้น้ำยารองพื้นทาเล็บในชั้นแรก เพื่อเป็นการดูแลเล็บขั้นต้น เพราะหากเราทาเล็บสีจัด จะทำให้เล็บเหลืองได้
– การลงสีทาเล็บ ไม่ควรป้ายเกิน 3 ครั้ง เพราะสีจะจับเป็นก้อนไม่เรียบเสมอกัน และอย่าลงสีเล็บเกิน 2 ชั้นเพราะจะดูหนาจนเกินไป
– หลังจากลงสีทาเล็บเรียบร้อยแล้ว ควรปิดท้ายด้วยการทาน้ำยาเคลือบเล็บ เพราะจะช่วยเพิ่ม ความเงางาม วิบวับให้กับเล็บ และยังป้องกันสีเล็บจางจากแสงแดดได้
Tips
การเก็บน้ำยาทาเล็บที่ดี ให้อยู่กับเราได้นานๆ จะต้องปิดฝาให้สนิท และเก็บไว้ในที่เย็น ห่างไกลแสงแดด อย่างเช่น ช่องเล็กในตู้เย็น การเลือกยาทาเล็บ ควรดู ส่วนผสมด้วย นั่นคือ ยาทาเล็บที่ดีไม่ควรมีแอลกอฮอล์ เพราะว่าแอลกอฮอล์จะเป็นตัว ทำให้ผิวเล็บแห้ง และเปราะง่าย
การเลือกสียาทาเล็บให้เหมาะกับสีผิว
สาวผิวขาวอมเหลือง : เหมาะกับยาทาเล็บสีชมพูอมส้ม สีน้ำตาลทองสว่าง หรือสีสดๆ
สาวผิวขาวอมชมพู : เหมาะกับยาทาเล็บสีชมพูอมน้ำตาล สีชมพูอมม่วง หรือสีโทนเย็น
สาวผิวคล้ำอมเหลือง : เหมาะกับยาทาเล็บสีน้ำตาลทองเข้ม สีแดงสดหรือสีทอง
สาวผิวคล้ำหรือดำแดง : เหมาะกับยาทาเล็บสีแดงเข้ม สีชมพู
เนื้อหาโดย นิตยสาร Woman Plus

สำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายที่เสพติดการแต่งหน้า ชนิดหยุดไม่ได้เลยสักวันเดียว แต่งไปทุกๆ วัน โบกไปทุกๆ ชั่วโมง เครื่องสำอางทั้งหลาย ก็คงจะหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อให้ชีวิตของคุณได้ “ดี๊ดี” ขึ้น ทิชชี่มีเคล็ดลับสำหรับการแต่งหน้า ที่ช่วยให้สวยเป๊ะได้ พร้อมประหยัดเงินในกระเป๋า แบบที่คุณยังอาจไม่เคยรู้มาบอกต่อกันค่ะ

ของฟรี มีอยู่ในโลก
ลองเข้าไปส่องข้อมูลใน google และพิมพ์คำว่า “ตัวอย่างแต่งหน้าฟรี” หรือ “แต่งหน้าฟรี” ดูสิค่ะ เพียงไม่กี่วินาที ข้อมูลขึ้นมาเพียบ จะเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่มักจะโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างแบบฟรีๆ เพื่อให้คุณได้ทดลองใช้ก่อนการเสียเงินจริง วิธีนี้นอกจะประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นการดีต่อตัวคุณสาวๆ ด้วย เพราะจะได้ทดสอบคุณภาพก่อนเสียเงินจริงค่ะ
ปากสวยน่าจุ๊บ ด้วย “สครับปาก” ราคาแสนเบา
สครับน้ำตาลสูตรสำเร็จมีมากมาย ราคาถูกแพง แตกต่างกันไป แต่ถ้าคุณอยากได้สครับคุณภาพดี ราคาถูกแสนถูก ลองใช้วิธีนี้ค่ะ เพียงแค่นำ ปิโตรเลียมเจล หรือ วาสลีน มาผสมกับน้ำตาล นำมาทาให้ทั่วริมฝีปากแล้วขัดๆ ถูกๆ เบาๆ เพียงอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ริมฝีปากของคุณก็จะเรียบเนียน ไม่แห้งเป็นขุย สีลิปสติกก็จะติดทนนานด้วยค่ะ
เปลี่ยนลิปสติกแท่งเก่า ให้กลายเป็นลิปสติกแท่งเก่ง
สำหรับสาวๆ ที่มีลิปสติกหลายแท่ง ต้องเคยเป็นแบบทิชชี่แน่ๆ ใช้ยังไม่ทันหมดแท่ง ก็โยนทิ้ง หยิบแท่งใหม่มาใช้แล้ว หรือบางคนใช้ลิปสติกจนหมดแท่ง พอได้เวลาก็โยนทิ้งซะเลย จุดนี้บอกเลย สาวๆ อย่าเพิ่งรีบทิ้งนะคะ เพราะลิปสติกแท่งเก่าสามารถนำกลับมาใช้ประหนึ่งแท่งใหม่ได้ ด้วยการนำเนื้อลิปสติกที่เหลืออยู่ก้นแท่งมาผสมกันกับลิปสติกแท่งเก่าอีกสีหนึ่ง เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ลิปสติกสีใหม่ ที่สวยไม่ซ้ำใคร แถมใช้ทาได้อีกหลายครั้งแล้วค่ะ
หรือลองนำลิปสติกจากก้นแท่งที่เหลืออยู่ มาผสมกับปิโตรเลียมเจล, วาสลีน ก็จะได้ลิปกลอสเงาวับสีสุดโปรดมาสวยอยู่บนริมฝีปากของคุณ พร้อมบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื่นยาวนานแล้วค่ะ
เบบี้ออยล์ ล้างเครื่องสำอางได้สะอาดหมดจด
อเนกประสงค์สุดๆ สำหรับ เบบี้ออยล์ ของเจ้าตัวน้อย ลองนำมาเช็ดเครื่องสำอางดูสิคะ ไม่ว่าจะเป็นรอบดวงตา ริมฝีปาก สะอาดเอาอยู่ นอกจากความสะอาดแล้วยังช่วยให้ผิว แข็งแรง ชุ่มชื่น สดใส ดูสวยสุขภาพดีด้วยนะคะ
แป้งเด็กใช้แทนแชมพู (แบบแห้ง) ได้นะ
หากช่วงค่ำคืน คุณปาร์ตี้เพลิน จนเช้าขึ้นมาไม่มีเวลาทำความสะอาดผม ลองหยิบแป้งเด็กมาโรยบริเวณหนังศรีษะตรงโคนผม จากนั้นค่อยๆ ปัดเอาฝุ่นแป้งออก เพียงเท่านี้ ผมของคุณก็จะสวยพริ้ว ไม่มันเยิ้ม ในยามฉุกเฉินแล้วค่ะ
ครีมนวดผม ใช้ได้มากกว่าบำรุงผม
คุณสาวๆ ที่ชอบโกนขนขาเอง หรือโกนหนวดให้หนุ่มๆ ลอง หยิบ “ครีมนวดผม” มาเป็นตัวช่วยสิคะ ครีมนี้จะช่วยทำให้ผิวและเส้นขนอ่อนลงได้ดี ทำให้ผิวหลังการโกนนุ่มนวล และเรียบเนียนขึ้นด้วยค่ะ
เคล็ดลับง่ายแสนง่าย ได้ความสวยแล้วยังประหยัดเช่นนี้ คุณสาวๆ ลองนำไปทำดูนะคะ ได้ผลอย่างไร อย่าลืมบอกต่อ เล่าสู่กันฟังบ้างนะ บายยยยยย^^
ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.istockphoto.com/
ที่มา http://women.sanook.com/33069/