Posted on

คู่มือซื้อแอร์ 8ข้อคิดพิชิตความเย็น

คู่มือซื้อแอร์ 8 ข้อคิดพิชิตความเย็น

บทนำ

หาคู่มือซื้อแอร์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณอยู่หรือเปล่า เครื่องปรับอากาศมีหลายแบบหลายรุ่น แล้วเลือกอย่างไรล่ะจึงตอบโจทย์ ‘แอร์ที่คู่ควร’ ที่จะถอยมาดับความร้อน เรามี 8 ข้อคิดพิชิตความเย็นมาเสนอ ทำตามแล้วเลือกไม่พลาดแน่นอน

1.เลือกประเภทเครื่องปรับอากาศจากการใช้งาน

เลือกประเภทของแอร์เพื่อการใช้งานที่เหมาะสม แอร์แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
กำหนดจุดใฃ้งานว่าเหมาะกับแอร์แบบติดตั้งหรือแอร์เคลื่อนที่

ปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้พิจารณาเลือกซื้อแอร์คือ พื้นที่ที่ต้องการใช้งานว่าควรใช้เครื่องปรับอากาศประเภทใด เช่น ถ้าต้องการใช้ถาวรก็เลือกแอร์แบบติดตั้ง ใช้แอร์แบบเคลื่อนที่หากพื้นที่ไม่อำนวย หรือต้องการย้ายไปใช้ได้หลาย ๆที่

จากนั้นจึงเลือกขนาดบีทียูที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ห้อง เพื่อการคำนวณค่าไฟแอร์ที่ยอมรับได้ กำหนดจุดติดตั้งเพื่อเลือกประเภทของแอร์บ้าน เช่น แอร์ติดผนัง แอร์ติดเพดาน แอร์ตั้งพื้น แอร์เคลื่อนที่ แอร์มุ้ง เป็นต้น

แอร์แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียต่างกันนะคะ แนะนำให้อ่านเพิ่มที่ ข้อดีข้อเสียของแอร์บ้าน รู้ให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ!

2.Inverter กับ Non-Inverter แอร์ แบบไหนดีกว่ากัน?

แอร์ระบบ Inverter กับ Non-Inverter แบบไหนดีกว่ากัน
ควรทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของเครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ และแบบธรรมดาก่อนตัดสินใจ

หนึ่งในคำถามที่ถามบ่อยที่สุดของผู้บริโภคคือ ฉันควรจะเลือกเครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ (inverter) หรือแบบธรรมดา (fix speed, non-inverter) ดีนะ?

สยามเจริญแอร์ บอกว่าเครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ (inverter) หรือแบบธรรมดา (fix speed, non-inverter) ต่างกันที่ “คอมเพรสเซอร์” ตัวที่ตั้งอยู่นอกอาคารค่ะ 

แอร์ระบบ inverter

มีการทำงานแบบแปรผันการควบคุมความเร็วของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์แอร์ เช่น ตอนเปิดแอร์ใหม่ ๆ ห้องยังร้อนอยู่ มอเตอร์คอมเพรสเซอร์จะทำงานเต็มที่เพื่อให้ห้องเย็นเร็วที่สุด แล้วก็จะค่อย ๆ ลดการทำงานลงหรือหมุดช้าลงเมื่ออุณหภูมิห้องลดลง แต่ไม่ตัดการทำงาน แล้วจะหมุนเร็วขึ้นเมื่ออุณหภูมิห้องเพิ่มขึ้น จึงประหยัดไฟเพราะคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องเปิด-ปิดบ่อย ๆ

แอร์ระบบธรรมดา (fix speed, non-inverter)

มอเตอร์คอมเพรสเซอร์แอร์ จะทำงาน 2 แบบเท่านั้น คือ ทำงาน / ตัดการทำงาน แอร์ระบบธรรมดาจะทำงานจนกว่าอุณหภูมิห้องจะลดลงกว่าค่าที่ตั้งไว้ 2-4 องศา แล้วจึงตัดการทำงาน

เมื่อห้องกลับมาร้อนอีกครั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะเริ่มการทำงานใหม่ คือต้องสตาร์ทเครื่องใหม่ทุกครั้งที่อุณหภูมิห้องสูงขึ้น จึงเกิดเสียงการตัดแอร์และเสียงเปิดแอร์เป็นระยะ ๆ

ACSIS Airconditioning Warehouse แจกแจงข้อดีข้อเสียของเครื่องปรับอากาศทั้งสองระบบว่า

ข้อดีและข้อเสียของเครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์

  • เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์รับประกันว่าประหยัดพลังงาน เพราะระบบปรับความเร็วผันแปรของคอมเพรสเซอร์ คือมอเตอร์จะปรับการทำงานให้หมุนช้า-เร็วเพื่อรักษาอุณหภูมิห้องตามที่ตั้งไว้ ซึ่งจะทำให้ระบบประหยัดพลังงานมากขึ้น
  • เครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์เงียบกว่า เมื่อเปิดเครื่อง ตัวควบคุมอุณหภูมิจะควบคุมการทำงานโดยใช้อุณหภูมิห้องเป็นแนวทาง แทนที่จะเปิดหรือปิดตัวเองกะทันหัน จึงไม่มีเสียงหึ่ง ๆ เมื่อสตาร์ทและหยุด
  • เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์คือการลงทุนที่ดี ใช่ มีราคาแพงกว่า แต่มีความทนทาน ยืดหยุ่น และใช้งานได้ดีกว่า ประหยัดพลังงาน ใช้งานได้หลายปี
  • ระบายความร้อนได้เร็วขึ้น เนื่องจากสามารถทำงานได้ตามความจุที่กำหนด ห้องจึงเย็นเร็วขึ้น
  • ระบบอินเวอร์เตอร์ประหยัดไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 30% ถึง 50% เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์
  • ใช้พลังงานน้อยลง ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีในระบบปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ช่วยให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง

แม้ว่าข้อดีจะมีมาก แต่ระบบอินเวอร์เตอร์ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ มันมาพร้อมกับข้อบกพร่องบางประการเช่นกัน

  • เป็นเครื่องปรับอากาศราคาแพง เหตุผลคือ การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่า อะไหล่ราคาสูงกว่าแอร์ธรรมดา
  • เป็นระบบเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ ต้องใช้ช่างมืออาชีพที่มีความชำนาญระบบอินเวอร์เตอร์ติดตั้งแอร์ และบำรุงรักษาตามอายุใช้งาน

คุณจึงควรชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบ เพื่อดูว่าเครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์เหมาะกับความต้องการ งบประมาณ และแบบแปลนบ้านของคุณหรือไม่

ข้อดีและข้อเสียของเครื่องปรับอากาศที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์

  •  แอร์ประเภทนี้ราคาถูกกว่า! ซึ่งเป็นเหตุผลที่น่าพิจารณา
  • เหมาะสำหรับห้องที่ไม่ต้องเปิดแอร์ยาวนาน หรือห้องที่มีการเข้า-ออกบ่อย ๆ ไม่สนใจเรื่องเสียงเปิด-ปิดแอร์

แอร์ที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ก็มีข้อเสียบางประการเช่นกัน

  • เสียงรบกวน จากการเปิดและปิดทุกครั้งที่ถึงระดับอุณหภูมิที่ตั้งไว้ บางคนรำคาญเสียง โดยเฉพาะผู้ที่พยายามจะนอนตอนกลางคืนหรือกำลังทำงาน
  • อายุการใช้งานสั้นกว่า เนื่องจากการเปิด-ปิดอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการสึกหรอมาก ประสิทธิภาพการทำงานจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้พลังงานสูงกว่า การใช้เครื่องปรับอากาศที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์อย่างต่อเนื่องหรือทุกวัน จะทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • เสริมวิธีประหยัดไฟ เรียนรู้เทคนิคใช้แอร์ไม่เปลืองไฟ ว่าคุณจะประหยัดเงินได้อย่างไรเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ (ที่จริงแอร์อินเวอร์เตอร์ก็ควรใช้เทคนิคนี้ด้วยเหมือนกันนะ)

มันจึงอยู่ที่ว่า หากคุณต้องการใช้เครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น สองสามชั่วโมงต่อวัน เครื่องปรับอากาศที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์อาจเหมาะกับความต้องการของคุณ

หากคุณต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน หรือใช้ในห้องขนาดใหญ่ เครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

3.นวัตกรรมกับเครื่องปรับอากาศ

เทคโนโลยีแอร์เพื่ออากาศสะอาดสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้และคนกลัวฝุ่น
เครื่องปรับอากาศไม่เพียงให้ความเย็นแต่ยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆทั้งเพื่ออากาศสะอาดและความสะดวกสบาย

อันตรายจากฝุ่น PM (Particulate matter) 2.5 ทำให้คนไทยต้องหันมาใช้แมสก์กรองฝุ่นกันอย่างกว้างขวาง (โควิดระบาดคนไทยก็คุ้นกับการใส่แมสก์พอดี ฮา!) ทำให้ตลาดเครื่องฟอกอากาศเติบโตคึกคักเป็นเท่าตัว

ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศหลายยี่ห้อจึงนำเทคโนโลยีเพื่ออากาศสะอาดสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้และคนกลัวฝุ่น มาเพิ่มคุณสมบัติให้แอร์ของตน เพื่อขอแบ่งเค้กในตลาดบ้าง

เทคโนโลยีแอร์กำจัดฝุ่น กรองอากาศกับฟอกอากาศต่างกันอย่างไร?

“การกรองอากาศ” จะใช้เรียกการดักจับฝุ่นละอองประเภทที่ฝุ่นลอยเข้ามาติดแผ่นกรองอากาศ
“การฟอกอากาศ” จะใช้เรียกการกำจัดฝุ่นละอองด้วยการการปล่อยประจุไฟฟ้าออกมา

  • การกรองอากาศด้วยแผ่นกรอง (ฟิลเตอร์)

เครื่องปรับอากาศโดยส่วนใหญ่จะมีแผ่นกรองอากาศมาด้วยในตัวเครื่อง ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองในอากาศไม่ให้เข้าไปถึงคอยล์เย็นได้ ข้อจำกัดของแผ่นกรองอากาศคือมีอายุการใช้งานที่จำกัด ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ต้องหมั่นเปลี่ยนแผ่นกรองตามอายุการใช้งาน

  • ระบบฟอกอากาศด้วยการปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer)

ระบบฟอกอากาศจะอยู่ในเครื่องปรับอากาศเฉพาะรุ่น ไม่ได้มีอยู่ในเครื่องปรับอากาศทุกตัว เรียกได้ว่าเป็นฟังก์ชั่นเสริมที่เราต้องเลือกให้ดีก่อนที่จะซื้อเครื่องปรับอากาศ

โฮมกูรูพูดถึงระบบฟอกอากาศที่น่าสนใจคือระบบฟอกอากาศด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้าประจุลบ (Negative Ion) ออกมาจากตัวเครื่องเพื่อให้ไปเกาะกับฝุ่นละอองอนุภาคขนาดเล็กมาก ไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายในอากาศ

และยังลดสิ่งไม่พึงประสงค์ที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยการสร้างโอโซน O-Zone (O3) ประจุลบในปริมาณที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

นวัตกรรมแอร์ฆ่าเชื้อโรค

นอกจากการดักจับฝุ่นที่ได้กล่าวไป 2 แบบแล้วยังมีฟังก์ชั่นยิบย่อยของเครื่องปรับอากาศต่างๆ ในแต่ละยี่ห้อ เป็นเทคโนโลยีในการช่วยลดการสะสมฝุ่นละออง เชื้อรา หรือแบคทีเรียที่จะเข้ามาในฝังในเครื่องปรับอากาศ ผู้บริโภคอย่างเราไปเลือกกันเองได้เลยตามใจชอบ ตามกำลังงบประมาณได้เลยค่ะ

  • เครื่องปรับอากาศ Haier UV Cool – นวัตกรรมฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV-C
  • ซัยโจเดนกิ ผุด “นวัตกรรมแอร์” แก้ปัญหา “โควิดฯ+ฝุ่นจิ๋ว” ด้วยโอโซน
  • X-IONIZER นวัตกรรมฟอกอากาศลดฝุ่น PM 5 ในบ้าน
  • nanoe™X ช่วยยับยั้งโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ Panasonic

แล้วเครื่องฟอกอากาศยังจำเป็นอยู่ไหม?

หน้าที่หลักของเครื่องปรับอากาศคือ ปรับอากาศให้เย็นสบาย ส่วนการกรอง หรือการฟอกอากาศจะเป็นผลพลอยได้เสียมากกว่า ขณะที่เครื่องฟอกอากาศมีหน้าที่หลักคือ การฟอกอากาศ

หากคุณมีงบประมาณจำกัดก็เลือกเป็นเครื่องปรับอากาศที่มีฟังก์ชั่นช่วยฟอกฝุ่นไปด้วยเลย หรือหากมีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้วก็ให้ซื้อเป็นเครื่องฟอกอากาศเสริมเข้าไปค่ะ

แอร์อัจฉริยะ (IoT – Internet of Things) เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะคืออะไร?

elexexplorer.com อธิบายว่า แอร์อัจฉริยะคือเครื่องปรับอากาศที่มีอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT – Internet of Thing) เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ Smart Home อื่น ๆได้ เช่น Amazon Alexa หรือ Google Home อุปกรณ์ IoT ในเครื่องปรับอากาศมี 3 วงจรคือ

  • เซนเซอร์ ตัวตรวจจับความร้อน และการเคลื่อนไหว โดยที่จะเริ่มทำงานโดยไม่ต้องถูกควบคุมด้วยรีโมท ประกอบด้วย เซนเซอร์อุณหภูมิ, เซนเซอร์ความชื้น, เซนเซอร์อินฟาเรด, กล้อง
  • การเชื่อมต่อไร้สาย ด้วยแอพลิชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมามากมายให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน เช่น บลูทูธ, Zigbee, LoRa, Wi-Fi
  • การจัดการพลังงาน โหมดการทำงาน Auto Save ปรับให้มีความเย็นน้อยลงเมื่อไม่มีคนอยู่ ขณะใช้อุปกรณ์ IoT จะต้องมีค่าเผื่อซีโร่เดย์ โดยการสำรองแบตเตอรี่ เพื่อการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยมนั่นเอง

craigavonactivity.org ได้ยกตัวอย่างแอร์อัจฉริยะของแต่ละค่ายดังนี้       

” Mitsubishi Electric Mr Slim รุ่น XT Series ” เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างแท้จริง เป็นนวัตกรรมใหม่ของเครื่องปรับอากาศเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่มากับระบบการทำงานอันชาญฉลาด อุปกรณ์ เปิด-ปิดแอร์ผ่านมือถือ

พร้อมอัตราของการ ประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม และด้วยรูปลักษณ์ ของการออกแบบภายนอก ที่เรียบหรูดูดี สีขาวสะอาดตา น่าใช้งานเป็นอย่างมาก

haier ที่มาพร้อมกับ ” ดวงตาอัจฉริยะ “ หรือที่เรียกว่า ECO-EYE Sensor ทำหน้าที่ตรวจจับความเคลื่อนไหว ที่เกิดขึ้นภายในห้อง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยบริษัท MITSUBISHI ELECTRIC

ทันทีที่เรากดปุ่ม Eco Eye ที่รีโมท หรือที่อุปกรณ์ควบคุมแอร์ด้วยสมาร์ทโฟน ระบบดวงตาก็จะเริ่มทำงานตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในห้อง หากระบบตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ ได้ภายใน 20 นาที เครื่องก็จะสู่โหมดการทำงาน Auto Save โดยเครื่องจะทำการปรับให้มีความเย็นน้อยลง เพื่อการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยมนั่นเอง

ในอนาคตจะมีนวัตกรรมใหม่ ๆเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศแน่นอน หลักในการเลือกง่าย ๆก็คือ พิจารณาว่าคุณต้องการใช้งานนวัตกรรมเหล่านั้นจริง ๆหรือไม่ มีผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหานั้นได้โดยตรงและมีประสิทธิภาพสูงกว่าหรือไม่ แล้วค่อยชั่งใจดูอีกทีนะคะ

4.ค่าไฟแอร์ คำนวณงบประมาณที่ต้องจ่ายแต่ละเดือน

ขอต้อนรับเข้าสู่วิชาคณิตศาสตร์! มาฝึกคำนวณค่าไฟจากการเปิดแอร์ว่าเราต้องจ่ายค่าไฟในการเปิดแอร์เดือนละกี่บาทกันเถอะ เป็นการคำนวณอย่างคร่าวๆ อาจมีคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น การเลือกอุณหภูมิ, การเลือกโหมด, การรั่วไหลของอากาศ, จำนวนคน เป็นต้น

ANSWER TH แชร์สูตรคำนวนค่าไฟจากแอร์หรือเครื่องปรับอากาศดังนี้
สมการหาค่าไฟต่อเดือน = (จำนวนวัตต์ x จำนวนชั่วโมงที่ใช้จริง x ค่าไฟต่อหน่วย x 30 วัน) / 1000
ตัวอย่างการคำนวณด้วยแอร์ในห้องทำงาน ขนาด 12,000 BTU จำนวนวัตต์อยู่ที่ 1,130 Watt เปิดใช้งานวันละ 8 ชั่วโมงทุกวัน ด้วยอัตราค่าไฟ หน่วยละ 4.2 บาท จะได้ออกมาดังนี้
(1,130 x 8 x 4.2 x 30)/1,000 = 1,139 บาท/เดือน
** คำตอบที่ได้จากการคำนวณจะเป็นตัวเลขของค่าใช้จ่ายสูงสุดของค่าไฟจากการทำงานของเครื่องปรับอากาศ เพราะแอร์จะไม่ได้ทำงานเต็มกำลังวัตต์ตลอดเวลา และขึ้นอยู่กับปัจจัยการตั้งค่าอื่น ๆอีกด้วย

5.แอร์เขารับประกันตรงไหน

StcAir แชร์ประสบการณ์ของร้าน “เราพบว่าใน 100 เคสของงานซ่อมแอร์ จะมีอยู่แค่ 2 – 3 เคสเท่านั้นที่อาการเสียเกิดจากคอมเพรสเซอร์แอร์ ที่เหลือเกิดจากส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะจากอุปกรณ์ในคอยล์เย็นของแอร์

มีประกันก็ดี สร้างความอุ่นใจ ควรใช้หลาย ๆ ปัจจัยประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อแอร์ ส่วนใหญ่ใช้แอร์ 7 ปีก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก การเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่อาจคุ้มค่ากว่า

6.มาตรฐานประหยัดไฟ ฉลากเบอร์ 5

ค่า SEER มาตรฐานประหยัดไฟบนฉลากเบอร์ 5
อ่านค่า SEER บนฉลากเบอร์ 5 ความเหมือนที่แตกต่าง

ฉลากเบอร์ 5 เหมือนกัน แต่ประหยัดไฟต่างกัน เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ ความแตกต่างของฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5
• ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้ากลายเป็นมาตรฐานเริ่มต้นไปแล้ว มันแสดงว่ายี่ห้อนี้ รุ่นนี้ ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับเบอร์นี้
• ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ติดดาว ยิ่งดาวเยอะยิ่งดี ตรวจสอบให้ดีว่ามีใส่ * ดอกจันทร์เป็นข้อแม้ห้อยท้ายด้วยหรือเปล่า อาจจะเจอข้อความประมาณว่า สำหรับแอร์ขนาด…บีทียู เท่านั้น เป็นต้น
• ค่าประสิทธิภาพ SEER บนฉลากบอกประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของแอร์ ยิ่งสูงยิ่งดี
• เกณฑ์ค่า SEER ฉลากประหยัดเบอร์ 5 แบบใหม่ มีดาว

ระบบธรรมดา (Fix Speed) ที่มีขนาดทำความเย็น น้อยกว่า 27,000 BTU
ค่า SEER 12.85 – 13.84 = ไม่ได้ดาว
ค่า SEER 13.85 – 14.84 = ★
ค่า SEER 14.85 – 15.84 = ★★
ค่า SEER เท่ากับหรือมากกว่า15.85 = ★★★

ระบบธรรมดา (Fix Speed) ที่มีขนาดทำความเย็น 27,000 – 41,000 BTU
ค่า SEER 12.40 – 13.39 = ไม่ได้ดาว
ค่า SEER 13.40 – 14.39 = ★
ค่า SEER 14.40 – 15.39 = ★★
ค่า SEER เท่ากับหรือมากกว่า15.40 = ★★★

ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่มีขนาดทำความเย็น น้อยกว่า 27,000 BTU
ค่า SEER 15.00 – 17.49 = ไม่ได้ดาว
ค่า SEER 17.50 – 19.99 = ★
ค่า SEER 20.00 – 22.49 = ★★
ค่า SEER เท่ากับหรือมากกว่า 22.50 = ★★★

ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่มีขนาดทำความเย็น 27,000 – 41,000 BTU
ค่า SEER 14.00 – 16.49 = ไม่ได้ดาว
ค่า SEER 16.50 – 18.99 = ★
ค่า SEER 19.00 – 21.49 = ★★
ค่า SEER เท่ากับหรือมากกว่า 21.50 = ★★★
ขอบคุณที่มา energynewscenter.com

7.ซื้อที่ไหนดี ซื้อแอร์ในห้างหรือนอกห้างดีกว่ากัน

คำถามที่ถามบ่อย “ซื้อแอร์ที่ไหนถูกสุด” ซื้อแอร์ที่ไหนได้ดีลดี เราอยากให้พิจารณาบริการหลังการขายเป็นหลักน่าจะดีกว่า เช่น บริการติดตั้ง บริการดูแลรักษา การประกัน สั่งแอร์ออนไลน์มาส่งพร้อมติดตั้ง เป็นต้น

ราคาอาจต่างกันเล็กน้อย ไม่ว่าจะในห้างหรือนอกห้างตัวแอร์มาจากโรงงานผู้ผลิตเดียวกัน!

8.ซื้อแอร์มือสองดีไหม ประหยัดกว่าจริงหรือเปล่า

ซื้อแอร์มือสองดีไหม

แอร์มือสองอาจไม่ใหม่ แต่ทำความเย็นได้ เหมาะสำหรับผู้ต้องการความเย็นแบบประหยัด ข้อแนะนำจาก KodangAir “แอร์มือสอง ถ้าไม่ใช่แอร์ขนาดใหญ่ ไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวง มีเชื้อโรคอยู่ในเครื่องมือสอง”

ข้อแนะนำเลือกใช้แอร์มือสอง

  • สำหรับห้องกว้างที่ต้องการติดแอร์มือสองขนาดใหญ่ ถ้าไม่ได้เปิดทุกวันก็พอได้ ไม่แนะนำติดห้องที่เปิดบ่อยๆ เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ทางที่ดี จำกัดขนาดห้องให้เล็ก ติดแอร์ใหม่เฉพาะส่วนจะดีกว่า ปลอดเชื้อโรคและประหยัดไฟกว่า
  • แอร์มือสองสภาพ 70 % คือ ผ่านการใช้งานปกติ ไม่มีประวัติเสีย/เปลี่ยนอะไหล่ รีโมทตรงรุ่น สภาพโดยรวมของเครื่องจะต้องไม่มีการแตก หัก ของชิ้นส่วนหลัก (หากมีสภาพจะอยู่ที่ 50%) และขณะทดสอบแรงอัดต้องกินแอมป์ไม่สูง ถ้ากินกระแสสูงแสดงว่าขดลวดใกล้เสีย
  • แอร์มือสองสภาพ 50% ราคาจะขายกันตามสภาพ (ส่วนใหญ่จะไม่มีประกัน) BTU สูงๆ แนะนำให้ใช้แอร์มียี่ห้อเช่น Carrier TRANE Central-Air เพราะbody ค่อนข้างแข็งแรง มีอะไหล่ให้เปลี่ยนมากมาย
  • การซื้อแอร์มือสองโดยส่วนใหญ่ไม่มีการทดลองใช้งานจริง จึงควรเลือกซื้อกับร้านที่ไว้ใจได้
  • ต้องมีการรับประกันการใช้งานอย่างต่ำ 3 – 6 เดือน หากไม่มีประกันไม่แนะนำให้ซื้อ

สรุปกันเลย

หลังจากที่คุณพิจารณาข้อมูลอันยืดยาวทั้ง 8ข้อแล้ว มีอีก 1 ข้อที่เป็นคำถามยอดฮิตคือ ซื้อแอร์ยี่ห้อไหนดี? สูตรง่าย ๆ คือแอร์ยี่ห้อไหนที่ตอบโจทย์ ความเหมาะสม = คุณสมบัติ + ความต้องการ + ราคา นั่นคือแอร์ที่คุณควรเลือก
แล้วซื้อแอร์ตอนไหนถูกล่ะ คำตอบคือหน้าหนาว เป็นช่วง low season ของเครื่องปรับอากาศ และช่วงที่มีการจัดโปรโมชั่น ดังนั้นถ้ารู้ว่าต้องซื้อแอร์แน่ๆ ก็วางแผนซื้อกันตั้งแต่เนิ่น ๆนะคะ