Posted on

ข้อดีข้อเสียของแอร์บ้าน รู้ให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ!

แอร์บ้านแต่ละชนิดตอบสนองความต้องการใช้งานต่างกัน จึงมีข้อดีข้อเสียของแอร์บ้านที่ต่างกันด้วย

รู้จักข้อดีข้อเสียของแอร์บ้านแต่ละชนิดก่อนตัดสินใจซื้อกันดีกว่า เพื่อให้ตรงกับความต้องการใช้ เครื่องปรับอากาศให้ความเย็นฉ่ำ แต่ก็ต้องแลกกับค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆในบ้าน รับรองว่าถ้าเลือกแอร์ถูกต้อง คุณก็ได้ความเย็นแบบประหยัดในระยะยาวไปเลย

ปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้พิจารณาเลือกแอร์คือ ชนิดของแอร์กับขนาดบีทียูที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ห้อง เพื่อการคำนวณค่าไฟแอร์ที่ยอมรับได้

บีทียูคืออะไร เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อเครื่องปรับอากาศ

ตารางขนาด BTU ที่เหมาะสมกับห้องที่จะติดตั้ง เพื่อความคุ้มค่ากับพลังงานและการใช้งานมากที่สุด
ดูบีทียูแอร์ตรงไหน แอร์บ้านดูฉลากเบอร์ 5 แอร์แบบฝังดูที่ Name Plate ป้ายผ่านมาตรฐาน แอร์รุ่นเก่าดูที่ป้ายโลหะมีตอกเลข BTU

บีทียูคืออะไร (BTU – British Thermal Unit) เป็นหน่วยวัดค่าพลังงานความร้อนตามมาตรฐานสากล พูดให้เข้าใจง่าย ๆคือหน่วยวัดค่าความเย็นของแอร์ ยิ่งตัวเลข BTU เยอะก็แสดงว่าแอร์เครื่องนั้นทำความเย็นได้มาก แต่ก็ทำให้แอร์ใช้ไฟฟ้ามากขึ้นตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

ดังนั้น ขนาดบีทียูแอร์จะต้องเหมาะสมกับขนาดของห้องที่จะทำความเย็น ห้องขนาดกว้างต้องใช้พลังงานทำความเย็นมากกว่าห้องที่เล็กด้วยบีทียูที่มากกว่า ผู้บริโภคมักคิดว่ายิ่งบีทียูสูง แอร์ก็มียิ่งมีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉนั้น ‘การเลือกขนาดบีทียูที่ถูกต้องจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ’ นะคะ

ถ้าบีทียูมากเกินไป

หากใช้แอร์ที่มี BTU มากกว่าขนาดห้อง ก็จะเป็นการซื้อแอร์ในราคาที่เกินความจำเป็นและเปลืองไฟโดยเปล่าประโยชน์ แอร์จะเปิดปิดเองตลอด ซึ่งจะทำให้เสียพลังงานไปเปล่าๆและทำให้ค่าไฟสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นแอร์จะไม่สามารถลดความชื้นในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้อากาศเป็นมลพิษได้ค่ะ

ถ้าบีทียูน้อยไป

หากใช้ BTU ที่น้อยกว่าขนาดห้อง ก็จะทำให้ใช้เวลานานกว่าปกติในการกระจายความเย็น และแอร์ต้องทำงานหนักกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะไม่มีประสิทธิภาพ มันจะใช้ไฟฟ้ามากเกินไป ทำให้จ่ายค่าไฟสูง

เมื่อรู้จักความสำคัญของบีทียูซึ่งเป็นหัวใจหลักในการให้ความเย็นและบิลค่าไฟแล้ว คราวนี้มารู้จักชนิดของแอร์กันค่ะ

แอร์ติดผนัง wall-type air conditioners

แอร์ติดผนัง ดีไซน์กลมกลืนกับห้อง ราคาต่ำกว่าแอร์ประเภทอื่นแต่ก็ไม่เหมาะกับงานหนัก
แอร์มีอินเวอร์เตอร์เหมาะกับห้องที่เปิดใช้งานต่อเนื่อง และต้องการอุณหภูมิสม่ำเสมอ เช่น ห้องนอน, ห้องทำงาน, ราคาแอร์สูงกว่าแอร์ไม่มีอินเวอร์เตอร์ แต่จุดคุ้มค่าไฟในระยะยาวดีกว่า

จากประสบการณ์ของ Aircare บอกว่า แอร์ขนาดเล็กถึงปานกลางประเภทติดผนัง เป็นแอร์ที่แพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย มีตัวเลือกหลากหลาย แอร์ติดผนังส่วนมากมาพร้อมกับขนาดการทำความเย็น 9,000 บีทียู 12,000 บีทียู 18,000 บีทียูและ 24,000 บีทียู บางรุ่นมาพร้อมกับขนาดบีทียูที่มากกว่า แอร์ติดผนังใช้ระบบแยก ประกอบด้วย ยูนิตภายในติดผนัง และยูนิตภายนอก คือคอมเพรสเซอร์ ส่วนใหญ่ติดในทาวน์เฮ้าส์ อพาร์ทเม้นต์ หรือพื้นที่ในที่ทำงานเล็กๆ

     ข้อดีของแอร์ติดผนัง 

  • ราคาต่ำหากเทียบกับแอร์ประเภทอื่นๆ
  • ขนาดการทำความเย็นที่หลากหลายให้เลือกกตั้งแต่บีทียูต่ำจนถึงปานกลาง (9,000 – 24,000 บีทียู)
  • ติดตั้งเร็วและง่าย

ข้อเสียของติดผนัง

  • ไม่เหมาะกับงานหนัก เช่น ร้านอาหาร เป็นต้น เนื่องจากคอยล์เย็นมีขนาดเล็กส่งผลให้คอยล์สกปรก และอุดตันง่ายกว่าจึงต้องล้างบ่อยๆ
  • คอยล์เย็นกระจายลมเย็นได้น้อยกว่าแอร์ชนิดอื่น

แอร์ติดเพดาน

แอร์ติดเพดานเหมาะกับการให้ความเย็นในพื้นที่ใหญ่ ไม่เปลืองพื้นที่
แอร์ติดเพดาน เรื่องความสวยงามหรูหรากินขาด ต้องการช่างที่ชำนาญงานในการบำรุงรักษา ไม่เหมาะกับห้องที่มีเพดานสูงกว่า 3.5 เมตร

แอร์ติดเพดานทำงานเหมือนกับแอร์ติดผนัง ต่างกันตรงที่ติดตั้งบนเพดาน มักจะถูกกว่าแอร์ติดผนังที่มีบีทียูเท่ากัน แนะนำว่าควรมีขนาด 24,000 บีทียูหรือมากกว่าค่ะ เพราะแอร์ติดเพดานเหมาะกับการให้ความเย็นในพื้นที่ใหญ่ หรือเพดานที่มีพื้นที่ไม่พอให้ติดแอร์ประเภทสี่ทิศทาง

ข้อดีของแอร์ติดเพดาน

  • กินพื้นที่เพดานเพียงอย่างเดียวและไม่ต้องการพื้นที่ภายในเพดาน
  • ขนาดทำความเย็นสูง ตามปกติมักเริ่มจากขนาด 24,000 บีทียู
  • เหมาะสำหรับห้องยาวๆหรือกว้างๆ

ข้อเสียของแอร์ติดเพดาน

  • ไม่มีรูปแบบให้เลือกมากนัก
  • มีเสียงดังกว่าแบบติดผนัง

แอร์ติดเพดานแบบสี่ทิศทาง (Cassette type)

แอร์ติดเพดานแบบสี่ทิศทาง เน้นความสวยงามโดยการซ่อน เหมาะกับห้องกว้างมากๆ
แอร์สี่ทิศทางเหมาะกับห้องทุกแบบ แต่เพดานไม่ควรสูงเกิน 5 เมตร และมีพื้นที่ในฝ้าเพดานไม่ต่ำกว่า 45 ซม.

เป็นแอร์ที่เน้นความสวยงามโดยการซ่อน หรือฝังอยู่ใต้ฝ้าหรือเพดานห้อง เหมาะกับห้องที่ต้องการเน้นความสวยงาม โดยที่ต้องการให้เห็นตัวคอยล์เย็นน้อยที่สุด โดยทั่วไปแล้ว แอร์แบบสี่ทิศทางจะเหมาะกับห้องกว้างมากๆ เช่น ห้องโถง ออฟฟิศ ร้านค้า ห้องน้ำ ถึงแม้ว่าแอร์แบบสี่ทิศทางจะเหมือนกับแบบติดผนัง แต่มีขนาดบีทียูที่มากกว่า จึงให้ความเย็นมากกว่า แต่ด้วยระบบฝังฝ้าเพดานจึงควรปรึกษาช่างแอร์ที่เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดจุดติดตั้ง

ข้อดีของแอร์ติดเพดานแบบสี่ทิศทาง

  • สวยงาม โดยสามารถทำตู้ซ่อน หรือ ฝังเรียบไว้บนเพดานห้อง
  • ประหยัดพื้นที่และไม่ก่อความเสียหาย
  • สามารถกระจายอากาศเย็นได้อย่างทั่วถึงไปรอบห้องใหญ่
  • มีขนาดการทำความเย็นที่ทรงพลัง (12,000 – 60,000 บีทียู)
  • ขณะทำงาน จะไม่มีเสียง

ข้อเสียของแอร์ติดเพดานแบบสี่ทิศทาง

  • ติดตั้งยาก เนื่องจากต้องทำการฝังเข้าตู้ หรือเพดานห้อง
  • ทำการบำรุงรักษายาก
  • มีปัญหาน้ำรั่วเนื่องจากปั๊มน้ำตัน

แอร์ตั้งพื้น

แอร์ตั้งพื้น แอร์ตู้สามารถตั้งกับพื้นได้เลย ไม่ต้องทำการยึด เหมาะสำหรับห้องกว้างๆ มีเสียงดัง
แอร์ตั้งพื้นติดตั้งเหมือนกันกับแอร์ติดผนัง แต่ตั้งพื้น ข้อเสียคือ จะเสียพื้นที่ใช้งานไปแค่นั้นเอง

เป็นแอร์ที่มีลักษณะคล้ายตู้ มีขนาดสูง และมีกำลังลมที่แรง เหมาะกับบริเวณที่มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร

ข้อดีของแอร์ตั้งพื้น

  •  เหมาะสำหรับห้องกว้างๆ
  • ไม่ต้องติดตั้งกับผนังหรือเพดาน สามารถตั้งกับพื้นได้เลย ไม่ต้องทำการยึด
  • มีขนาดการทำความเย็นมากถึง 150,000 บีทียู
  • ทำความเย็นได้เร็วเนื่องจากมีเส้นผ่านศูนย์กลางใบพัดลมที่ใหญ่ ซึ่งให้กำลังลมที่แรงกว่า

ข้อเสียของแอร์ตั้งพื้น

  • เสียพื้นที่ใช้สอย
  • มีเสียงดัง

แอร์มุ้ง

แอร์มุ้งพกพาได้ ใช้ในอาคารและเป็นแอร์ภาคสนาม
แอร์มุ้งเหมาะกับห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ควรวางตำแหน่งด้านหลังของแอร์ให้ตรงกับหน้าต่าง เพื่อระบายลมร้อนออกนอกหน้าต่าง

แอร์ที่ให้ความเย็นใกล้เคียงกับแอร์บ้านทั่วไป เพียงแต่ให้ความเย็นเฉพาะที่จึงประหยัดไฟกว่า

โครงมุ้งสี่เหลี่ยม ยาวประมาณ 8 ฟุต ส่วนใหญ่เป็นผ้า ใช้สีอ่อนๆ เช่น ชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน ขาว  และสามารถถอดเก็บและนำไประกอบใช้ที่อื่นได้ ตัวมุ้งจะมีผนังทึบสี่ด้าน แต่ด้านบนจะเป็นผ้าโปร่งเอาไว้ระบายอากาศร้อน

เพราะอากาศร้อนลอยตัวขึ้นด้านบนเสมอ และอากาศเย็นจะอยู่ต่ำกว่า ฉะนั้นอากาศเย็นจากแอร์ก็จะไม่ลอยออกไป แต่จะอยู่รอบๆตัวเรา ส่วนอากาศร้อนจะถูกถ่ายเทออกไปทางด้านบน

แอร์มุ้งเหมาะใช้ภายในอาคาร อพาร์ตเม้นต์ แฟลต บ้านไม้ กุฏิพระ งานภาคสนาม กองถ่ายทำภาพยนตร์ บริเวณสถานที่ก่อสร้าง แคมป์งาน เป็นต้น

ข้อดีของแอร์มุ้ง

  • ประหยัดไฟ เปิด 8 ชม.ต่อวัน ค่าไฟประมาณเดือนละ 300 บาท
  • สามารถแบ่งกั้นเป็นห้องๆ หนึ่งได้เลย จึงเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่กว้างๆ ที่ไม่ต้องการให้เย็นทั้งห้อง
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการมาอยู่ชั้นล่าง โดยไม่ต้องการทำห้องใหม่
  • เมื่อเราไม่ได้เปิดแอร์มุ้ง สามารถเปิดผ้ามุ้งได้เพื่อให้โปร่งโล่ง
  • ตัวแอร์มุ้งมีล้อ เคลื่อนย้ายได้
  • การดูแล ไม่ยุ่งยาก เพียงล้างฟิลเตอร์ เดือนละครั้ง

ข้อเสียของแอร์มุ้ง

  • ใช้เวลาประกอบมุ้งประมาณ 30-45 นาที
  • ขนาดมุ้ง กว้าง 200 x ยาว 220 x สูง 230 (cm.) เมื่อไม่ใช้แอร์มุ้งจะเกะกะห้อง
  • ต้องมีพื้นที่กว้างพอสำหรับติดตั้งมุ้ง

แอร์เคลื่อนที่ พกพาได้

แอร์เคลื่อนที่ ใช้กับพื้นที่เล็กๆ หรือพื้นที่ที่ติดตั้งคอมเพรสเซอร์ยูนิตภายนอกไม่ได้

แอร์ชนิดนี้จะใช้ทำความเย็นชั่วคราวหรือใช้เพื่อพื้นที่ที่ติดตั้งคอมเพรสเซอร์ยูนิตภายนอกไม่ได้ แอร์แบบพกพาประกอบด้วยยูนิตเดียวเท่านั้นด้วยท่อที่แนบไป ท่อจะระบายอากาศร้อนออกทางหน้าต่างหรือประตูที่เปิดไว้ ปกติแล้วขนาดจะน้อยกว่า 15,000 บีทียู

ข้อดีของแอร์เคลื่อนที่

  • ขนาดกะทัดรัด
  • ไม่ต้องติดตั้ง
  • สามารถเข็นไปได้ใช้ได้ทุกพื้นที่

ข้อเสียของแอร์เคลื่อนที่

  • ใช้ได้กับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก
  • มีประสิทธิภาพการทำความเย็นต่ำกว่าแอร์แบบอื่นๆ

เทคนิคใช้แอร์ไม่เปลืองไฟ

เทคนิคเปิดแอร์ยังไงให้เย็นสบาย ไม่เปลืองไฟ
เทคนิคง่ายๆใช้แอร์ไม่เปลืองไฟคือการจัดการพื้นที่ที่ต้องการความเย็นให้พร้อม เช่น ล้อมพื้นที่ให้แอร์ไม่กระจาย ไม่สร้างความร้อนเพิ่ม และไม่ตั้งอุณหภูมิให้เย็นเกินความจำเป็น

ก่อนสุดท้าย แถมอีกหน่อย เทคนิคเปิดแอร์ยังไงให้เย็นสบาย ไม่เปลืองไฟ

หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนขณะที่เปิดแอร์

เพราะหน้าที่ของแอร์คือการทำให้อุณหภูมิในห้องนั้นลดลง และเย็นขึ้น ดังนั้นการมีความร้อนเกิดขึ้นภายในห้อง ก็จะยิ่งทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นและเปลืองไฟมากขึ้นนั่นเอง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ควรเปิดพร้อมกันกับการเปิดแอร์มากที่สุด เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น หม้อต้ม กระทะ เตาอบ

ตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศาหรือสูงกว่าเล็กน้อย

อุณหภูมิที่ 25 องศาเป็นอุณหภูมิที่ช่วยประหยัดไฟได้มาก แต่การเพิ่มอุณหภูมิให้อยู่ที่ 26-27 องศาก็ยังสามารถทำให้อากาศในห้องเย็นสบาย และยังประหยัดไฟกว่าด้วย ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

หลีกเลี่ยงใช้แอร์ในพื้นที่เปิด

หากจำเป็นต้องติดแอร์บริเวณห้องโถง ควรติดตั้งฉากกั้นระหว่างทางขึ้นบันได หรือทางเดินไปห้องต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงปิดหน้าต่างและผ้าม่านให้สนิท ก็จะช่วยประหยัดไฟได้ค่ะ

เปิดพัดลมไล่ความร้อนภายในห้องก่อนเปิดแอร์

การเปิดพัดลมระบายอากาศร้อนออกก่อนเปิดแอร์ จะช่วยทำให้อุณหภูมิภายในห้องเย็นขึ้น ช่วยลดการทำงานของแอร์ จึงช่วยประหยัดไฟ และยังช่วยทำให้ไม่ต้องเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเลย

     ล้างแอร์ตามระยะเวลาช่วยประหยัดค่าไฟ

ถ้าเราล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้แอร์เย็นฉ่ำ กลิ่นอับหายไป อากาศในห้องก็จะสดชื่นขึ้น การทำงานของคอมเพรสเซอร์ คอยล์เย็นคอยล์ร้อนดีขึ้น ลดปัญหาแอร์สกปรก ทำให้ระบบทำงานได้สมบูรณ์และช่วยประหยัดไฟได้อีกด้วย
แล้วเมื่อไหร่ควรล้างแอร์ล่ะ
ทุกๆ 3-4เดือน หากห้องคุณมีฝุ่นเยอะ ใช้แอร์หนัก เปิดเกือบตลอดทั้งวัน
ทุกๆ 6 เดือน – เวลาที่เหมาะสมหากคุณเปิดแอร์วันละประมาณ 6-8 ชั่วโมง ควรเป็นมาตรฐานของทุกบ้าน เพื่อความสะอาดของแอร์ รวมไปถึงอากาศภายในห้องหรือบ้านของคุณด้วย
ทุก 1 ปี –หากคุณมองว่าใช้งานแอร์ไม่บ่อย ข้อนี้ไม่แนะนำ ทั้งในและนอกบ้านมีปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมาก ลดการอุดตันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แอร์ไม่เย็น ปัญหาน้ำยาแอร์รั่ว จนอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้
รอจนกว่าแอร์จะไม่เย็น – อาจจะมีปริมาณฝุ่นเยอะมาก ลมออกไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่ดีต่อสุขภาพของคนในบ้าน

สรุป

ถึงตรงนี้คุณน่าจะ ‘มีคำตอบ’ ในใจแล้วว่าต้องการแอร์ชนิดไหนเพราะมีข้อดีข้อเสียของแอร์ทุกแบบ ใช้บีทียูประมาณเท่าไหร่ที่เหมาะกับพื้นที่ใช้งานที่สุด ลิฟวิ่งคลิกยังมี คู่มือซื้อแอร์ 8 ข้อคิดพิชิตความเย็น คู่มือเลือกซื้อแอร์บ้านที่ใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะไม่เฉพาะราคาเครื่องปรับอากาศที่ต้องควักเงินก้อนโตพอสมควร แต่ค่าไฟแอร์ที่ต้องจ่ายทุกเดือนก็ไม่เบากระเป๋าเลยเหมือนกันค่ะ จึงต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบให้คุ้มค่ากับความเย็นฉ่ำที่ได้มา