Posted on

อีกด้านหนึ่งของหัวหน้าสุดโหด

"Don't blame the boss. He has enough problems." ~Donald Rumsfeld • photo belongs to Kmo139 เครื่องมือช่าง

“Don’t blame the boss. He has enough problems.” ~Donald Rumsfeld • photo belongs to Kmo139

บนเวที American Idol ผู้เข้าแข่งขันกลุ่มหนึ่งต้องพบเจอกับ แพตตี้ เทรนเนอร์สุดโหด ที่เสียงดัง เกรี้ยวกราดใส่บรรดาลูกทีมจนขยาดไปตามๆ กัน แต่ในความโหดของแพตตี้ เธอทำให้ลูกทีมเห็นคุณค่าในตัวเองจนกลายเป็นนักร้องคุณภาพทั้งเรื่องการร้องและการแสดงสดในที่สุด

เพราะไม่มีใครเก่งกาจมาตั้งแต่เกิด ผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมายบนโลกใบนี้จึงล้วนต้องเคยก้าวผ่านความขื่นขมของการถูกด่าทอ ดูถูกโดยคุณครู พี่เลี้ยงหรือแม้แต่หัวหน้ามาแล้วทั้งสิ้น จนกระทั่งเมื่อถึงวันแห่งความสำเร็จของเรา เราเองก็อดจะนึกถึงใบหน้าของผู้ที่ขัดเกลาเราด้วยความจริงจังเหล่านั้นอยู่ในใจไม่ได้

ในชีวิตการทำงาน ก่อนที่เราจะเก่ง มีความสามารถและยืนหยัดบนสายงานที่ต้องการได้ คนๆ หนึ่งที่มีอิทธิพลต่อเราไม่น้อยก็คือหัวหน้าของเรา ซึ่งหากคุณเป็นพนักงานใหม่หรือเด็กจบใหม่ องค์กรอาจคาดหวังให้คุณเจอะเจอความกดดัน หรือกระทั่งคำด่าทอที่กลายเป็นบาดแผลในความรู้สึก แต่เมื่อวันหนึ่งที่ปรับตัวและเรียนรู้ได้ เราจะรู้จักการับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ และมองข้ามถ้อยคำเหล่านั้น กระทั่งมองเห็นแก่นแท้อันสำคัญจนสามารถนำประโยชน์ที่ได้จากสิ่งที่ฟังมาเหล่านั้นมาใช้ในการทำงาน

ผ่านความเจ็บปวดเพื่อที่จะเติบโต

โจดี กลิคแมน เจ้าของหนังสือ Great on the Job ที่เคยร่วมงานกับหัวหน้าที่ชื่อว่า วิล ตอนที่อยู่ในวอลล์สตรีท วิลเป็นหัวหน้าที่ชาญฉลาดและหนักแน่น และขณะเดียวกันก็ดูเหมือนไม่มีความปรานีต่อความผิดใดๆ จนทำให้เพื่อนๆ ขยาดที่จะร่วมงานด้วย แต่โจดีกลับหาโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับเขา ยิ่งกลัวเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากเอาชนะความกลัวของตัวเอง เพราะโจดีคิดว่าหากไม่สามารถร่วมงานกันได้ การทำงานและชีวิตในวอลล์สตรีทก็อาจไม่ราบรื่น โจดีจึงตัดสินใจว่าตนจะทนเจ็บแต่ก็จะต้องเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

แล้วโจดีก็ได้พบความจริงที่ว่าเขาและวิลมีอารมณ์ขันคล้ายกันกัน โจดีเริ่มสนิทกับวิลมากขึ้นแม้เมื่อทำอะไรผิดก็ตาม ในที่สุด เธอก็เอาชนะความกลัวของตัวเองได้ ซึ่งก็เกินความคาดหวังของวิลไปมาก โจดีไม่เคยลืมเสียงไชโยของวิลเมื่องานสำเร็จ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณบอกให้คนอื่นรู้ว่าเธอทำได้ และสิ่งที่เธอได้จากทั้งหมดนี้คือการค้นพบความการศรัทธาในความสามารถของตนเอง

การทำงานกับหัวหน้าที่เก่งนั้นคือความท้าทาย ถ้าการวิ่งหนีโอกาสเหล่านั้นมาตลอดไม่ได้ให้อะไรใหม่ไม่เคยให้ชีวิตหรือหน้าที่การงานที่เร้าใจแก่คุณเลย บางทีถ้าตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ เราได้พบหัวหน้าจอมเนี้ยบอีกครั้ง ทำไมเราไม่ลองหาโอกาสหรือพยายามร่วมงานให้ตลอดรอดฝั่งไปให้ได้ดูล่ะ? ในทุกครั้งที่โดนดุด่า ถ้านั่นคือความหวังดี ถ้ามองที่เจตนามากกว่าอารมณ์ที่เขาส่งผ่านออกมา เก็บเกี่ยวความรู้จากหัวหน้าให้ได้มากที่สุด บางทีนั่นอาจเป็นอุปสรรคเดียวที่ขัดขวางคุณจากการเรียนรู้เคล็ดลับแห่งความสำเร็จจากคนที่เต็มใจจะสอนคุณ ที่คุณเองอาจไม่เคยก้าวเข้าไปถึงมาก่อนก็เป็นได้

 

ที่มา INCquity