Posted on

คู่มือสร้างบ้านเย็น ทำอย่างไรให้บ้านมีอากาศเย็นยิ่งขึ้น

คู่มือสร้างบ้านเย็น ทำอย่างไรให้บ้านมีอากาศเย็นยิ่งขึ้น

บทนำ

          วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันอีกแล้วค่ะ สำหรับใครที่กำลังวางแผนสร้างบ้านใหม่ หรืออยากปรับปรุงบ้านเก่าให้เย็นสบายยิ่งขึ้น บทความนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด! เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาอากาศร้อนอบอ้าวในบ้าน ทั้งๆ ที่เปิดแอร์เต็มที่แล้ว แต่ก็ยังร้อนอยู่ดี ก็เราอยู่ในประเทศไทยหนิ ยิ่งหน้าร้อนแทบจะอยู่ไม่ได้ หากไม่เปิดแอร์ บางคนอยากจะประหยัดก็เปิดพัดลมแทน ซึ่งก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง สุดท้ายก็ต้องกลับไปเปิดแอร์อยู่ดี สิ่งที่ตามมาคือค่าไฟแพงสุดๆ บทความวันนี้เรามี “คู่มือสร้างบ้านเย็น” มาฝาก รับรองว่าถ้าทำตามนี้ บ้านของเพื่อนๆ จะเย็นขึ้นมา อย่างน้อยก็ประหยัดค่าไฟเปิดแอร์ได้ในระดับหนึ่ง มาดูกันจะมีเนื้อหาอะไรบ้าง Let’s go!

การออกแบบบ้านเพื่อให้เย็นสบาย

          การออกแบบบ้านเพื่อให้เย็นสบายสามารถทำได้หลายวิธี โดยมีการใช้หลักการทางธรรมชาติและการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนและลดการใช้พลังงาน ในหัวข้อนี้เราจะพูดถึงพื้นฐานที่เป็นรากฐานให้บ้านเย็นสบาย โดยจะพูดถึงทิศทางของตัวบ้าน การวางผังออกแบบช่องอากาศในบ้าน และการเลือกวัสดุก่อสร้าง

การวางทิศทางของตัวบ้าน

          เริ่มต้นจากการวางทิศทางของตัวบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางลมและแสงแดด ควรหันด้านที่มีหน้าต่างหรือประตูเยอะๆ ไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ เพื่อลดการสะสมความร้อนจากแสงแดดโดยตรง การวางทิศทางที่ดีจะช่วยให้บ้านของเรารับลมเย็นได้เต็มที่ และลดความร้อนที่เข้ามาในบ้าน


การออกแบบช่องทางอากาศ  

          การออกแบบช่องเปิดต่างๆ เช่น หน้าต่าง ประตู ช่องลม ให้มีขนาดใหญ่และเยอะ จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ระบายความร้อนออกจากตัวบ้านได้ดีขึ้น การออกแบบบ้านให้มีการระบายอากาศได้ดี โดยวางตำแหน่งหน้าต่างหรือช่องลมให้ตรงกับทิศทางลมที่พัดผ่านได้ง่าย ช่วยให้ลมเย็นสามารถเข้ามาในบ้านได้ การมีช่องทางอากาศที่ดีจะทำให้บ้านของเราสดชื่นและเย็นสบายมากขึ้น


การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม

          อีกปัจจัยสำคัญคือการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม วัสดุที่มีคุณสมบัติเก็บความร้อนต่ำ เช่น ไม้ จะช่วยให้บ้านเย็นกว่าวัสดุที่เก็บความร้อนสูงอย่างคอนกรีต หลังคาก็เป็นจุดสำคัญที่ต้องเลือกวัสดุให้ดี ควรเป็นวัสดุสีอ่อนสะท้อนแสง เพื่อลดการดูดซับความร้อนเข้ามาในตัวบ้าน การใช้วัสดุที่สะท้อนหรือป้องกันความร้อน เช่น อิฐมวลเบา หรือการใช้สีทาผนังที่สะท้อนความร้อน ช่วยลดความร้อนภายในบ้านเช่นกัน การเลือกวัสดุที่ดีจะทำให้บ้านของเราเย็นสบายและประหยัดพลังงานได้มากขึ้น

การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความเย็น

          การปลูกต้นไม้รอบบ้านไม่เพียงแต่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นและสดชื่นเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีประโยชน์ในการลดอุณหภูมิโดยรอบได้อีกด้วย จากการศึกษาพบว่าการปลูกต้นไม้สามารถช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 2-4 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการลดความร้อนได้อย่างดีมากๆ เลยค่ะ ต้นไม้มีความสามารถในการดูดซับความร้อน คายความชื้น บังแดด และยังช่วยกรองฝุ่นควันให้อากาศบริสุทธิ์อีกด้วย

การเลือกตำแหน่งปลูกต้นไม้  

          ทิศตะวันตกของบ้าน

การปลูกไม้ยืนต้นที่มีใบหนาและกิ่งก้านที่แข็งแรงทางทิศตะวันตกของบ้านเป็นวิธีที่ดีในการบังแดดตอนบ่ายที่มีความร้อนสูง ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยลดความร้อนที่ส่องเข้ามาในบ้าน ช่วยให้บ้านของเพื่อนๆ เย็นสบายยิ่งขึ้น

ผนังบ้าน
การปลูกไม้เลื้อยตามผนังบ้านไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี ไม้เลื้อยเช่น ต้นตีนตุ๊กแก ต้นหัวใจแนบ ต้นกุหลาบเลื้อย หรือต้นเกล็ดมังกร ต้นไม้เลื้อยจะสามารถปกคลุมผนังได้ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นลง

พื้นที่รอบๆ บ้าน
การปลูกไม้พุ่มหรือสนามหญ้ารอบๆ บ้านช่วยลดความร้อนจากพื้นดินได้เป็นอย่างดี พื้นที่สีเขียวช่วยสะท้อนความร้อนและสร้างความเย็นให้กับบริเวณโดยรอบ

การเลือกชนิดของต้นไม้

ไม้ใบใหญ่ร่มรื่น
ต้นมะฮอกกานี ต้นประดู่ ต้นสนฉัตรเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสร้างร่มเงาและลดอุณหภูมิ ใบขนาดใหญ่ของพวกมันช่วยบังแดดและลดความร้อนได้เป็นอย่างดี

ไม้ผล
ต้นมะม่วง ขนุน ไม่เพียงแต่ให้ร่มเงาเท่านั้น แต่ยังให้ผลไม้ที่สามารถกินได้ ช่วยได้ทั้งลดอุณหภูมิและได้ผลไม้สดใหม่กินตามฤดูการ

ไม้พุ่ม
ต้นไทรเกาหลี ต้นพุดศุภโชคมีใบเล็กและแน่น ช่วยลดความร้อนจากพื้นดินได้ดี และยังเพิ่มความสวยงาม

การใช้ฉนวนกันความร้อนในผนังและหลังคา

          ในยุคนี้ ที่อากาศร้อนขึ้นทุกๆ ปี และร้อนยาวนานขึ้นทุกๆ ปี ฉนวนกันความร้อนกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ฉนวนกันความร้อนเป็นวัสดุที่ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้ภายในบ้านเย็นสบายขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัดเจน เปรียบเทียบบ้านที่ไม่มีฉนวนกับบ้านที่มีฉนวน หากสร้างโดยวัสดุเดียวกัน บ้านที่มีฉนวนจะมีอุณหภูมิที่ต่ำลงอย่างชัดเจนเลยค่ะ

ฉนวนกันความร้อนลดอุณหภูมิได้เท่าไหร่?

          การใช้ฉนวนในบ้านสามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของฉนวน, ความหนาของฉนวน, วิธีการติดตั้ง, และสภาพอากาศของพื้นที่นั้นๆ โดยทั่วไป การใช้ฉนวนอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ประมาณ 3-5 องศาเซลเซียสเลยค่ะ ในบางกรณี อาจช่วยลดได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนจัด

ประเภทของฉนวนกันความร้อนสำหรับบ้านที่แนะนำ  

ฉนวนใยแก้ว (Fiberglass Insulation)
ฉนวนนี้ผลิตจากเส้นใยแก้วที่มีความปลอดภัยต่อในการติดตั้งและมีความสามารถในการซับเสียงได้ดีอีกด้วย ทนน้ำและสามารถทนไฟได้ดีกว่าฉนวนกันความร้อนแบบอื่น ฉนวนใยแก้วจะมีทั้งแบบที่เหมาะกับการติดตั้งบนแปบริเวณโครงหลังคา และแบบปูบนฝ้าเพดาน

ฉนวนโพลียูรีเทน (Polyurethane Foam)
ฉนวนนี้มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนได้ดีเยี่ยม มีโครงสร้างเซลล์ปิดที่ช่วยให้มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนสูง และยังช่วยลดเสียงรบกวนได้ดี

ฉนวนเซลลูโลส (Cellulose Insulation)
ฉนวนนี้ผลิตจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล มีคุณสมบัติในการกันความร้อนดีเทียบเท่าฉนวนใยแก้ว แต่ต้องใส่สารป้องกันการลุกลามของไฟ

ฉนวนอะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil Insulation)
ฉนวนนี้มีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อน แต่ไม่ได้ป้องกันความร้อนเข้าสู่บ้าน จึงมักใช้ร่วมกับฉนวนประเภทอื่นเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการกันความร้อน

วิธีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน

          สำหรับผนังบ้าน เราสามารถติดตั้งฉนวนไว้ด้านในระหว่างผนังกับฝาผนังได้เลยค่ะ วิธีนี้จะช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างดี ส่วนหลังคาก็สำคัญไม่แพ้กัน จะช่วยกันความร้อนจากด้านบนได้เป็นอย่างดี ทำให้บ้านของเราเย็นสบายขึ้นมากๆ เลยค่ะ แต่ควรระวังนิดนึงนะคะ อย่าให้ฉนวนที่ชื้น จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้

การเลือกใช้สีทาบ้านเพื่อสะท้อนความร้อน

          เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าแค่เราเปลี่ยนสีทาบ้าน ก็สามารถช่วยให้บ้านเย็นลงได้จริงๆ เช่น การเลือกใช้สีโทนสว่างอย่างสีขาว ครีม หรือเหลืองอ่อน จะช่วยสะท้อนแสงแดดได้ดีกว่าสีเข้มหรือสีดำที่ดูดกลืนความร้อนเอาไว้ การเลือกใช้สีอ่อนทาผนังภายนอก ทำให้ความร้อนเข้ามาสะสมในบ้านได้ แต่การใช้แค่สีอย่างเดียวคงไม่พอค่ะ ต้องเลือกสีที่มีคุณภาพ ทนทานต่อแสงแดด ยิ่งถ้าเป็นสีที่มีเทคโนโลยีสะท้อนความร้อนโดยเฉพาะ ยิ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมเลยค่ะ

เลือกสีอย่างไรให้บ้านเย็นขึ้น?  

แนะนำให้ลองดูสีที่มีส่วนผสมของไทเทเนียมไดออกไซด์ หรือซิงค์ออกไซด์นะคะ รับรองว่าสะท้อนความร้อนได้ดี แถมยังทนทาน ไม่ต้องทาใหม่บ่อยๆ อีกด้วยค่ะ

เทคนิคการทาสีให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

เริ่มจากทารองพื้นก่อนเสมอนะคะ จะช่วยให้สีเกาะติดทนนานขึ้น และควรทาอย่างน้อย 2 รอบ เพื่อให้มีความหนาและคุณสมบัติสะท้อนความร้อนที่ดี ลองเลือกสีด้านหรือกึ่งเงาแทนสีเงา จะยิ่งช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีขึ้นไปอีกค่ะ

การใช้ผ้าม่านและมู่ลี่เพื่อกันแสงแดด

          ผ้าม่านและมู่ลี่ไม่ได้มีไว้แค่ตกแต่งบ้านให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยที่ดีในการกันแสงแดดและความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ ผ้าม่านที่เหมาะกับการลดความร้อนควรเป็นผ้าทึบแสง เนื้อหนา สีอ่อน โดยเฉพาะผ้าม่านแบบ Blackout ที่กันแสงได้เกือบ 100% ส่วนมู่ลี่ไม้หรือมู่ลี่อลูมิเนียมก็ช่วยสะท้อนแสงและความร้อนออกไปได้เช่นกันค่ะ

วิธีเลือกผ้าม่านและมู่ลี่ให้เหมาะกับห้อง

การเลือกผ้าม่านและมู่ลี่ให้เหมาะสมกับห้องนั้นไม่ยากเลยค่ะ การเลือกผ้าทึบแสง เนื้อหนา จะช่วยป้องกันและซับความร้อนได้ดี ส่วนสีอ่อนจะช่วยให้ผ้าม่านไม่เก็บสะสมความร้อนจากภายนอก ต้องดูทิศทางของหน้าต่างเป็นหลัก ถ้าเป็นบานที่โดนแดดจัด แนะนำให้ใช้ผ้าม่านทึบแสงหรือมู่ลี่ไม้ปรับแสงได้ ส่วนด้านที่ไม่ค่อยโดนแดด จะใช้ผ้าม่านบางลอยๆ หรือมู่ลี่ผ้าก็ได้ค่ะ

เทคนิคการติดตั้งผ้าม่านและมู่ลี่ให้ได้ผลดีที่สุด

เทคนิคการติดตั้งผ้าม่านและมู่ลี่ให้ได้ผลดีที่สุดคือการติดให้ชิดกับผนังและเพดานมากที่สุด เพื่อลดช่องว่างที่จะให้แสงและความร้อนลอดเข้ามา ส่วนความยาวควรจะยาวคลุมถึงขอบล่างของหน้าต่างพอดี ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไปค่ะ

การใช้วัสดุปูพื้นที่ช่วยให้เย็น

          การเลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะสมกับบ้านของเรา ไม่เพียงแต่จะทำให้บ้านดูสวยงามและทนทานเท่านั้น แต่ยังมีผลโดยตรงต่ออุณหภูมิภายในบ้านด้วย วัสดุปูพื้นที่เหมาะสมสามารถช่วยให้บ้านของเราเย็นสบายขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด การเลือกวัสดุที่เก็บความเย็นได้ดีและไม่สะสมความร้อนจะช่วยให้เราเดินสบายมากขึ้นเมื่อเดินภายในบ้านค่ะ

วัสดุปูพื้นที่ช่วยให้บ้านเย็น

กระเบื้องเซรามิก
กระเบื้องเซรามิกมีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนได้ดี ทำให้พื้นไม่สะสมความร้อน นอกจากนี้ยังมีความทนทานสูงและง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งเหมาะสำหรับห้องครัวและห้องน้ำที่ต้องการความสะอาดและความทนทานค่ะ

แกรนิตโต้
แกรนิตโต้เป็นหินธรรมชาติที่มีความหนาแน่นสูง ช่วยให้พื้นเย็นและมีความแข็งแรงสูง สามารถใช้งานได้ดีในพื้นที่ที่มีการเดินทางมาก เช่น ทางเข้าบ้านหรือห้องรับแขก

หินอ่อน
หินอ่อนมีความสวยงามและให้ความรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัส แต่ต้องระวังเรื่องการขูดขีดและคราบเปื้อน หินอ่อนเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความหรูหราและความเย็นสบาย เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก

ไม้
ไม้มีความอบอุ่นตามธรรมชาติแต่ก็ให้ความรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสในช่วงกลางวันอากาศร้อน ไม้มีความสวยงามและสามารถเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้านในกลางคืน โดยเฉพาะในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นที่ต้องการความสบายและความอบอุ่น

ไม้ลามิเนต
ไม้ลามิเนตเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลักษณะเหมือนไม้แท้แต่มีงบในการสร้างที่จำกัด มีความทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษา ให้ความรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสและเหมาะสำหรับห้องที่มีการใช้งานสูงค่ะ

วิธีเลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะกับห้อง

          การเลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละห้องนั้นสำคัญมากเลยค่ะ ห้องที่ต้องการความอบอุ่นและความสบาย เช่น ห้องนอน ควรเลือกวัสดุ เช่น ไม้หรือไม้ลามิเนตค่ะ วัสดุเหล่านี้จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นเท้ามากขึ้น สำหรับห้องที่ต้องการความสะอาดบ่อย เช่น ห้องครัวหรือห้องน้ำ กระเบื้องเซรามิกหรือแกรนิตโต้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากค่ะ เพราะวัสดุเหล่านี้ทำความสะอาดง่ายและทนทานต่อการใช้งานหนัก ส่วนภายนอกบ้าน การเลือกใช้หินธรรมชาติหรือไม้ระแนงจะช่วยให้บรรยากาศดูเย็นสบายและเข้ากับธรรมชาติได้ดี วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังทนทานต่อสภาพอากาศภายนอกด้วย

บทส่งท้าย

การทำให้บ้านเย็นสบายนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนการออกแบบ เลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม และปลูกต้นไม้เสริมในจุดต่างๆ บ้านของเพื่อนๆ ก็จะเย็นฉ่ำ เหมาะสำหรับการสร้างบ้านอาศัยในประเทศไทย ที่มีแต่จะร้อนขึ้นทุกๆ ปี อีกทั้งทำให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นได้ แถมยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้อีกด้วย จากการที่เราลดการใช้พลังงาน

หวังว่าเทคนิคและไอเดียดีๆ ที่เรานำมาฝากในวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน ไม่มากก็น้อย ใครที่กำลังวางแผนสร้างบ้านใหม่ หรืออยากปรับปรุงบ้านเก่าให้เย็นสบายยิ่งขึ้น ลองนำวิธีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กันดู รับรองว่าจะต้องประทับใจกับผลลัพธ์ที่ได้อย่างแน่นอน แล้วอย่าลืมติดตามบทความดีๆ แบบนี้จากเราได้ใหม่ในโอกาสหน้า พบกันใหม่บทความหน้า